ธุรกิจบิวตี้ปี62เทรนด์ “ธรรมชาติ” แรง

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ฯคาดตลาดสินค้าความงามทั่วโลกทะยานพุ่งทะลุ 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯเติบโต 7.14% จับตาตลาดจีนโต 2 เท่าตัว ชี้ 4 เทรนด์ปี 2562 จากแอนตี้เอจจิ้งสู่ความงามแบบธรรมชาติ

นางสาวกมลกานต์ โกศลกาญจน์ นักวิเคราะห์และพัฒนาเนื้อหา สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากผลการวิจัยใหม่ของ Orbis พบว่า ตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางทั่วโลกระหว่าง ปี 2562-2566 คาดว่าจะเติบโต 7.14% และมีมูลค่าตลาดกว่า 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ประเทศไทยในปี 2560 มีมูลค่าตลาดรวม 4,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แบ่งเป็น สกินแคร์ 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯคิดเป็นสัดส่วน 47% ผลิตภัณฑ์บำรุงผม 846 ล้านเดอลลาร์สหรัฐฯ สัดส่วน 18% เวชสำอาง 752 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สัดส่วน 16% เครื่องสำอาง 658 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 14% และอื่นๆ 5%

กมลกานต์ โกศลกาญจน์

ขณะที่แนวโน้มในปี 2562-2566 พฤติกรรมผู้บริโภคและตลาดความงามจะเริ่มเปลี่ยนไปจากการให้ความสนใจเรื่อง Wellness ไปสู่ holistic health หรือการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เนื่องจากตลาดทั่วโลกกำลังเข้าสู่เทรนด์ผู้สูงอายุมากขึ้น ซึ่งผู้บริโภคจะให้ความสนใจและดูแลสุขภาพภายในมากขึ้น โดยจะเห็น 4 เทรนด์สำคัญ ได้แก่ 1.ยอมรับสภาพร่างกายที่เป็นจริงมากขึ้น จากเดิมที่กระแสเรื่องของแอนตี้ เอจจิ้งมาแรง แต่ต่อไปจะถูกให้ความสำคัญน้อยลงเนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มยอมรับความจริงได้มากขึ้น และจะเห็นสินค้ากลุ่มความงามต่างๆ นำเสนอความเป็นธรรมชาติเพิ่มขึ้น

เทรนด์ที่ 2 การผสมผสานระหว่างสินค้าความงามกับเทคโนโลยี โดยใช้เทคโนโลยีด้าน AI และ Big Data เข้ามาประมวลผลเพื่อใช้ออกแบบสินค้าให้ตรงความต้องการของลูกค้าเฉพาะบุคคลมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาเริ่มเห็นในบางแบรนด์ เทรนด์ที่ 3 ด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากกระแสโลกร้อนที่เข้ามาส่งผลให้อุณหภูมิและสภาพอากาศทั่วโลกเปลี่ยนแปลง ไม่สามารถกำหนดตายตัวได้ ดังนั้นในอนาคตแบรนด์จึงจำเป็นที่ต้องหาและดูแลวัตถุดิบเฉพาะสำหรับแบรนด์เองเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ ดังนั้นจะเห็นแบรนด์ทั่วโลกให้ความสำคัญเรื่องวิศวกรรมชีวการแพทย์ (Biomedical Engineering) เพิ่มขึ้น

เทรนด์ที่ 4 Co-Beauty ในอนาคตจะเริ่มเห็นการทำงานของกลุ่มแบรนด์ความสวยงาม หรือเครื่องสำอางผสมผสานกับเรื่องของเทคโลโลยีที่นำมาใช้เป็นเครื่องมือประกอบไม่ใช่แค่ส่วนผสม โดยต้องการสร้างรอยัลตีให้กับลูกค้า ซึ่งตลาดในประเทศไทยเริ่มเห็นการนำกระแสธรรมชาติเข้ามาเป็นคีย์ซักเซสแล้ว

นอกจากนี้สิ่งที่น่าสนใจอีกประการคือตลาดจีน ซึ่งปัจจุบันเป็นตลาดที่ใหญ่มากซึ่งมีมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ภายใน 3 ปีข้างหน้าคาดว่ามูลค่าจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 6 หมื่น ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้จากการเติบโตดังกล่าวจะมาจากกลุ่มผู้บริโภคในประเทศจีนมีรายได้มากขึ้นและเลือกซื้อสินค้ากลุ่มสกินแคร์เพิ่ม เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคจีนเชื่อว่า การซื้อหรือใช้สินค้าสกินแคร์เป็นเครื่องบ่งบอกถึงสถานะทางสังคม นอกจากนี้สาเหตุการเติบโตยังมาจากผู้ประกอบการกลุ่มสินค้าความงามในประเทศจีนได้ระดับคุณภาพการผลิตมากขึ้นจากการเป็น Domestic Brand จะก้าวไปสู่การเป็นแบรนด์ International Standard มากขึ้น

หน้า 36 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,415 ระหว่างวันที่ 4-7 พฤศจิกายน 2561

 

Cr:http://www.thansettakij.com/content/341246